10ร้านอาหารอร่อยบรรยากาศดีรอบกรุง

รวม 10 ร้านอาหารโรแมนติกสุดฮิปเพื่อคุณและคนรักจะได้สัมผัสประสบการณ์พิเศษในวันพิเศษร่วมกัน

อันดับแรกเริ่มจากร้านหรูหรา “Sirocco” ร้านอาหารกลางแจ้งที่สูงที่สุดในโลก ตั้งอยู่บนชั้น 63 ของเดอะโดม โรงแรม เลอบัว แอท สเตท ทาวเวอร์ (Lebua at State Tower) และยังเป็นร้านอาหารติดอันดับสุดยอดร้านอาหารในกรุงเทพฯ แถมยังได้รับรางวัลร้านอาหารยอดเยี่ยมที่มีทัศนียภาพอันน่าทึ่ง เพราะนอกจากจะได้เห็นบรรยากาศของเมืองกรุงเทพมหานครอันศิวิไลซ์แล้ว คุณยังได้ยลสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาไปด้วยพร้อมกัน ลองไปลิ้มลองเมนูพิเศษ “Winter Tasting Menu” และดื่มด่ำบรรยากาศยามค่ำคืนที่สุดแสนโรแมนติกดูสักครั้ง ที่นี่เปิดให้บริการเวลา 18.00 -1.00 น.สำรองที่นั่งโทร. 0-2624-9999



อันดับที่ 2 คือ “บุรีธารา” หรือ “เมืองแห่งน้ำ” ร้านอาหารริมแม่น้ำเจ้าพระยา บนถนนพระราม 3 ที่ตั้งอยู่ใกล้กับจตุจักร พระราม 3 ได้ซ่อนบรรยากาศรีสอร์ททันสมัยแบบ Pub & Restaurant ของร้านอาหารนานาชาติ ให้เลือกนั่งรับประทานอาหารได้หลากหลายมุม มีทั้งมุมโต๊ะริมน้ำ และมุมโซฟาหนานุ่มสำหรับนั่งเฮฮาปาร์ตี้ เพลิดเพลินกับวงดนตรีสดริมน้ำยามค่ำคืน บุรีธาราให้บริการอาหารไทยและอาหารทะเลรสชาติล้ำด้วยเมนูแปลกใหม่ เช่น ปลาตาเดียวทอดตระไคร้ ปูผัดพริกเกลือ พร้อมค็อกเทลหวานละมุนสูตรเฉพาะอย่าง “บุรีธารา” เหมาะสำหรับสาวๆ ที่ต้องการเครื่องดื่มบางเบาเพื่อคลายเครียดหลังเลิกงาน เปิดให้บริการเวลา 17.00 - 01.00 น. สำรองที่นั่งโทร.02-682-9457-9



อันดับที่ 3 หากเราขับรถลัดเลาะมาตามถนนอักษะย่านพุทธมณฑล ก็จะพบกับร้านอาหาร “บ้านน้ำเคียงดิน” ที่มีตัวอาคารเก๋ไก๋ให้สีสันจัดจ้าน โดยมีรั้วสีขาวกั้นอาณาบริเวณของร้านให้ดูเป็นฟาร์มยุโรปแถบชนบท แล้วแซมทุกมุมของร้านด้วยสวนดอกไม้เล็กๆ ที่เห็นแล้วคงต้องยกกล้องขึ้นมาถ่ายรูปเก็บบรรยากาศและความน่ารักของร้านนี้กันสักหน่อย บ้านน้ำเคียงดินให้บริการทั้งอาหารไทยและยุโรป เมนูที่แทบทุกโต๊ะจะต้องสั่งก็คือ ขาหมูทอดและซี่โครงหมูอบกาแฟ แถมด้วยของหวานยอดนิยมอีกหนึงอย่างก็คือกล้วยหอมทอดทานคู่กับไอศครีม 2เปิดให้บริการเวลา 16.00 น. - 23.00 น. สำรองที่นั่งโทร.0-2441-3837




เมื่อได้สัมผัสบรรยากาศที่สูงเสียดฟ้า หรือประชิดติดริมแม่น้ำเจ้าพระยากันไปแล้ว ขอนำเสนอความโรแมนติกในบรรยากาศรีสอร์ทใจกลางเมืองกันบ้าง กับร้านอาหารอันดับที่ 4 “Season Changes” ในซอยรัชดาภิเษก 18 ด้วยบรรยากาศ Modern Tropical ที่แวดล้อมไปด้วยต้นไม้และสวนน้ำ ที่มีทั้งโซน Open Air บริเวณสนามด้านนอก และในเรือนกระจกสูงโปร่งโล่ง หากต้องการความเงียบสงบกลางเมืองกรุงฯ ขอแนะนำร้าน Season Changes แห่งนี้ ส่วนเมนูอาหารก็มีไว้บริการหลากหลายสไตล์ ทั้งไทยและเทศโดยเฉพาะอาหารชวนชิม ได้แก่ ฉู่ฉี่ปลาแซลมอนทอด หรือกุ้งพันเบคอน เปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 18.00 น. – 01.00 น. สำรองที่นั่งโทร.0-2277-9189



อันดับที่ 5 ร้านอาหาร “Al Majlis” (อ่านว่าอัลล์ มาฮ์จิส) ตกแต่งภายในด้วยสไตล์โมร็อคโค มีทั้งโซฟาหนานุ่มไว้ให้นั่งสบายๆ ส่วนบริเวณด้านนอกจัดตกแต่งเป็นสวนสวยให้คุณสามารถรื่นรมย์ไปกับเพลงคลาสสิก พร้อมอาหารที่มีหลายหลากเมนูให้เลือก นอกจากนี้ยังมี Day Bed แบบ Bean Bag ให้นอนเล่นเอนกายหลังสังสรรค์กับคนที่คุณรักได้อย่างสบายอารมณ์ ที่นี่มีเมนูอาหารแบบโมร็อคโคและชาสไตล์อังกฤษแท้ๆ ร้านตั้งอยู่ในประดู่สปา คลับ เอกมัย ซอย 12 เปิดบริการตั้งแต่เวลา 16.30 น. – 01.00 น. สำรองที่นั่งโทร.0-2392-2345

อันดับที่ 6 ขอแนะนำร้านอาหารสไตล์หวานอบอุ่น “The Reflections” ที่แต่เดิมนั้นเคยเป็นตึกสีชมพูฉูดฉาดที่เราคุ้นเคยถูกปรับแต่งเป็นบ้านสีหวานพาสเทลที่มีหลายมุมให้เลือกนั่งดื่มด่ำบรรยากาศกับคนที่คุณรักในแบบสบายๆ รอต้อนรับคุณด้วยเมนูเด็ดหลากรสอย่าง ยำเห็ดออรินจิ แกงเหลืองปูไข่ และปูนิ่มทอดกระเทียมพริกไทย The Reflections แห่งนี้ตั้งอยู่ในซอยอารีย์ 3 ห่างจากถนนใหญ่เพียง 100 เมตรเท่านั้น เปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 11.00 น. – 14.00 น. และ 16.00 น. - 24.00 น. สำรองที่นั่งโทร.0-2270-3341 พิเศษสำหรับผู้อ่าน เพียงนำนิตยสารหน้านี้ไปแสดงรับส่วนลดค่าอาหารทันที 10 % เฉพาะเงินสด ถึงวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2553


อันดับ 7 หากคู่รักคู่ใดอยากเปลี่ยนบรรยากาศแบบไทยเดิมๆ ลองแวะมาชิมอาหารในบรรยากาศสไตล์บาหลีโมเดิร์นในกรุงเทพฯ กันบ้างกับร้านอาหาร “Take a View” ด้วยบรรยากาศบ้านอบอุ่นริมแม่น้ำเจ้าพระยา ที่ซ่อนตัวอยู่เชิงสะพานพระราม 8ทำให้สามารถมองเห็นสะพานพระราม 8 ที่สวยงามได้ชัดเจนในยามค่ำคืน นอกจากนี้คุณยังเพลิดเพลินกับการได้ลิ้มรสชาติอาหารไทยรสจัดจ้านสไตล์กับแกล้มที่คุณไม่ควรพลาด อย่างเช่น ปลาช่อนเทคอะวิว ปลาดุกฟูผัดขี้เมา หรือแซ่บถึงรสมะนาวด้วยต้มแซ่บกระดูกอ่อนหม้อไฟ เปิดบริการตั้งแต่เวลา 17.30 น. - 24.00 น. สำรองที่นั่งโทร.0-2433-8262-3


อันดับ 8 Lampada ร้านอาหารบูทีคสไตล์อิตาลี ใจกลางย่านร้านอาหารอร่อย ทองหล่อซอย 5 แฝงตัวอยู่ในร้านขายโคมไฟแบรนด์แลมปาด้า บรรยากาศการตกแต่งจึงอิงไปกับคอนเซปท์ของแบรนด์แลมปาด้าที่เน้นสไตล์ย้อนยุคโบราณ ซึ่งตัวร้านอาหารเองนั้นตั้งอยู่บนชั้นลอยของร้าน มีที่นั่งให้บริการเพียง 5-6 โต๊ะเพื่อให้ความรู้สึกส่วนตัวแก่ลูกค้าที่มาใช้บริการ ด้านอาหารเน้นอาหารยุโรป เหมาะสำหรับจิบชายามบ่าย นัดทานอาหารเย็นในวันพิเศษ หรือสังสรรค์กับกลุ่มเพื่อน นอกจากอิ่มอร่อยแล้วยังเลือกซื้อโคมไฟสวยๆ กลับบ้านได้อีกด้วย เรียกได้ว่ามาที่เดียวได้ครบทั้งกินและช็อป เมนูที่แนะนำให้ลองรับประทานคือ สปาเก็ตตี้ซอสทะเลโรยชีส และปอเปี๊ยะเห็ดทรงเครื่องเพื่อสุขภาพ เปิดให้บริการทุกวันตั้งแต่เวลา 10.00 น. - 18.00 น. สำรองที่นั่งโทร.0-2712-6041 พิเศษสำหรับผู้อ่าน เพียงนำนิตยสารหน้านี้ไปแสดงรับส่วนลดค่าอาหารเซ็ตเมนูพิเศษ มา 4 จ่าย 3 ถึงวันที่ 31 มีนาคม 2553


อันดับ 9 เมื่อลัดเลาะเข้าสู่ถนนถนนเกษร –นวมินทร์ หรือถนนแห่งร้านอาหารสไตล์ Pub & Restaurant ก็ต้องสะดุดตากับร้าน “ลานผ้า”หรือ “The Fabric” ที่มีคอนเซ็ปท์การตกแต่งแบบมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ด้วยผ้าทอสีสดใสประดับประดาคล้ายงานเทศกาลทางเหนือของบ้านเรา ช่วยเพิ่มความน่าสนใจให้กับสถานที่ได้อย่างลงตัว เสมือนว่าเราได้เข้ามาทัศนางานศิลปะจากผืนผ้าและเพลิดเพลินไปกับสีสันที่เด่นสะดุดตา อิ่มเอมกับเมนูพิเศษปลากระพงทอดสมุนไพร หรือหมึกแดดเดียวทอดจานเด็ด และเติมความหวานให้ชุมฉ่ำหัวใจด้วยช็อคโกแล็ตฟัดจ์ เปิดให้บริการตั้งแต่เวลา 17.00 น. - 24.00 น. สำรองที่นั่งโทร.0-2943-8807


และปิดท้ายอันดับ 10 ด้วย “Sea Time” ร้านอาหารที่ยกทะเลมาไว้บนบกด้วยสระน้ำสีฟ้าสดใสแห่งนี้ตั้งอยู่บนถนนราชพฤกษ์ช่วงระหว่างถนนเพชรเกษมกับซอยจรัญสนิทวงศ์ 13 ที่จำลองบรรยากาศทะเลให้ลูกค้าที่มานั่งทานอาหารถูกแวดล้อมด้วยสายน้ำที่ทอดยาวและเกาะแก่งน้อยใหญ่ ที่บางเกาะมีนักดนตรีบรรเลงเพลงแจ๊สเพลงอะคูสติกมาบรรเลงให้ฟังสดๆ เข้ากับบรรยากาศเกาะสวรรค์อีกด้วย นอกจากบรรยากาศน่ารักสดใสแล้วรสชาติอาหารก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่นักชิมควรไปลิ้มลอง โดยเน้นอาหารไทยรสชาติจัดจ้าน เช่น ต้มแซ่บเอ็นแก้ว หรือถึงเครื่องกับหอยหลอดผัดฉ่า พร้อมห้องคาราโอเกะไว้บริการ ตั้งแต่เวลา 17.00 – 01.00 น. สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่โทร.0-2868-6808