
Health Corner
ในวันหยุดสุดสัปดาห์นี้หากคุณต้องการผ่อนคลายความเหน็ดเหนื่อยจากการทำงานมา ตลอดห้าหรือหกวันที่ผ่านมา การทำสปาอาจเป็นทางเลือกหนึ่่งที่ยังคงได้รับความนิยมและมีให้บริการมากมายหลายรูป แบบ ทั้งการทำทรีทเมนต์ด้วยสูตรบำรุงผิวต่างๆ การขัด การนวด การอาบน้ำแร่แช่น้ำนมหรือแม้แต่ล่าสุดที่เริ่มพบเห็นกันในกรุงเทพฯ ที่มีการนั่งแช่เท้าให้ปลาตัวน้อยๆมารุมตอดๆที่เท้าก็มี ซึ่งการทำสปาในบ้านนอกจากจะช่วยปรับเปลี่ยนบรรยากาศบ้านให้มีความรื่นรมย์ แล้วยังเป็นกิจกรรมที่ช่วยสร้างความสัมพันธ์อันดีให้แก่คุณและคนรักไปจนถึง ทุกคนในครอบครัวอีกด้วย
การทำสปานั้นไม่ได้เพิ่งจะมาได้รับความนิยมกันในสมัยนี้เท่านั้น แต่ประวัติของการทำสปานั้นมีมาเนิ่นนานตั้งแต่สมัยยุคกลางของอาณาจักรโรมัน ในปี ค.ศ. 476 หรือประมาณพันกว่าปีมาแล้ว ซึ่งคำว่า สปา เป็นชื่อของเมืองเมืองหนึ่ง ในประเทศเบลเยี่ยม ที่ได้มีการค้นพบบ่อน้ำพุร้อนและได้มีการนำน้ำแร่จากบ่อน้ำไปใช้ล้างบาดแผลและรักษาอาการบาดเจ็บของกล้ามเนื้อ ซึ่งการแช่ตัวในน้ำพุร้อนนี้ให้ประโยชน์ทั้งการดูแลผิว การรักษาโรคผิวหนังและคลายเครียดได้เป็นอย่างดี โดยกระบวนการทำสปาที่นิยมกันในสมับนี้นั้นจะเริ่มตั้งแต่การขัดผิว การแช่ผิวหรือพอกบำรุง การนวดอโรมาและปิดท้ายด้วยการจิบชาสมุนไพร
Health Corner ฉบับนี้จึงจะมาเนรมิตบ้านของคุณให้กลายเป็นสปา ด้วยงบประมาณไม่ถึง 100 บาท แทบจะไม่น่าเชื่อเลยใช่ไหมว่าเพียง100 บาทจะทำได้อย่างไร เรามาเริ่มกันเลยดีกว่า
หลักการเนรมิตสปาง่ายๆนี้จะต้องมีองค์ประกอบด้วยกัน 5 อย่างคือ รูป รส กลิ่น เสียง และสัมผัส เพื่อเปิดประสาทการรับรู้ของสมอง และร่างกายได้ผ่อนคลายไปกับองค์ประกอบต่างๆอย่างเข้าถึงมากที่สุด
เริ่มจากรูป คือสถานที่ ที่เราจะใช้ปรนนิบัติร่างกายกันให้สบาย ควรเป็นบริเวณที่มีอากาศถ่ายเท และมีอุณหภูมิเย็นสบาย ไม่ร้อนและไม่สว่างมากจนเกินไป จะเลือกห้องนั่งเล่น อ่างอาบน้ำ ระเบียง ริมสวน หรือมุมโปรดมุมใดมุมหนึ่งของบ้านมาสักหนึ่งมุมค่ะ จากนั้นเตรียมอ่างอาบน้ำ อ่างแช่เท้า เก้าอี้ผ้าใบและผ้าขนหนู เพื่อใช้ทำทรีทเมนต์ผิวตามใจชอบ แล้วตกแต่งด้วยเทียนและดอกไม้ในสวนเพิ่มบรรยากาศสักเล็กน้อย โดยเทียนนั้นราคาเริ่มตั้งแต่ 10-50 บาท บางชนิดก็เป็นเทียนทีมีกลิ่นหอมด้วย
รส คือ รสสัมผัสจากอาหารหรือเครื่องดื่ม ซึ่งหลังจากทำสปาแล้วเราจะมาจิบชาสมุนไพรอุ่นๆที่เราทำได้ง่ายๆ ดังนี้ ใช้ตะไคร้สด 2-3 ต้นทุบและหั่นเป็นท่อน ใบเตยสด 1ต้นหั่นเป็นท่อน ต้มกับน้ำ1ลิตร เมื่อเดือดแล้วยกลงเติมน้ำผึ้งเล็กน้อย ใส่กระติกเก็บความร้อน รอเสิร์ฟหลังจากทำทรีทเมนต์ผิวเสร็จเรียบร้อย
กลิ่น สามารถใช้เทียนหอม กำยาน หรือนำ้มันหอมระเหยกลิ่นที่ขอบหยดลงในชามน้ำอุ่น หรือในเตาตะเกียงพร้อมกับเทียนตกแต่งก็จะได้กลิ่นหอมอ่อนๆผ่อนคลาย กลิ่นที่มักนิยมกันในสปาได้แก่ กลิ่นเปปเปอร์มินท์ กลิ่นลาเวนเดอร์ กลิ่นมะลิ กลิ่นส้ม กลิ่นกุหลาบ เพียงเท่านี้บรรยากาศก็เริ่มจะหรูหราเหมือนสปามืออาชีพแล้วซึ่งราคานำ้มันหอมระเหยก็มีตั้งแต่ 20 บาทไปจนถึงหลักร้อยบาท
ต่อมาคือ เสียง เลือกเพลงแจ๊ส เพลงอะคูสติก หรือเพลงสไตล์บอสซ่าที่คุณชอบเปิดบรรเลงเบาๆเพื่อสร้างบรรยากาศและหลบหนีความวุ่นวายจากการทำงานที่เหนื่อยล้า หากจะลองเลือกเพลงสไตล์ Green Music สำหรับสปาและร้านอาหารต่างๆโดยเฉพาะก็สามารถเข้าไปดูรายละเอียดและฟังตัวอย่างเพลงได้ที่นี่ www.thai.greenmusic.org
เมื่อได้สถานที่และบรรยากาศแบบสปามืออาชีพแล้วก็มาเข้าสู่ขั้นตอนสำคัญองค์ประกอบที่ 5 คือสัมผัส นั่นก็คือการเตรียมทรีทเมนต์ที่เหมาะกับผิวและช่วยกันบำรุงผิวนั่นเอง Health Corner มีขั้นตอนเตรียมทรีทเมนต์อย่างง่ายๆที่สามารถใช้ขัดและแช่บำรุงผิวกายไปพร้อมๆกันได้ด้วยมาแนะนำดังนี้
ทรีทเมนต์สำหรับผิวกาย (ส่วนผสมสำหรับ 2ท่าน)
โยเกิร์ต 2 ถ้วย
เกลือแกงป่นละเอียด 6 ข้อนโต๊ะ
ขมิ้นปอกเปลือกบดละเอียด 2 แง่ง
เนื้อมะขามเปียก 1 ถ้วย ต้องแกะเม็ดและฝักออกให้หมดแช่น้ำไว้ให้นิ่มจากนั้นเทน้ำทิ้งเหลือเพียงเนื้อมะขาม
วิธีการทำคือ ผสมส่วนผสมทั้งหมดเข้าด้วยกันจนเป็นเนื้อเดียวกัน แล้วใช้ทรีทเมนต์ขัดผิวกายเบาๆจากนั้นพอกทิ้งไว้ หรือจะแช่ตัวในอ่างน้ำอุ่นประมาณ 20-30 นาทีแล้วล้างออก ซับด้วยผ้าขนหนู
ซึ่งสูตรสำหรับผิวกายนี้จะประกอบไปด้วยวิตามินและคุณค่าจากธรรมชาติ จากโยเกิร์ตที่มีกรดน้ำนมอ่อนๆช่วยผลัดเซลล์ผิว ลดเลือนริ้วรอย เพิ่มความนุ่มเนียนและไม่ทำให้ผิวแห้งตึง เกลือมีสรรพคุณช่วยดูดความร้อนและพาตัวยาสมุนไพรเข้าสู่ผิวหนัง มะขามเปียกมี AHA จากธรรมชาติช่วยให้ผิวขาวกระจ่างใส ส่วนขมิ้นชันมีสรรพคุณทำให้ผิวหน้านุ่มนวล รักษาแผลและลดการอักเสบ นอกจากนี้ขมิ้นชั่นยังมีสรรพคุณในการป้องกันการงอกของขน ผู้หญิงอินเดียจึงใช้ขมิ้นทาผิวหนัง เพื่อป้องกันไม่ให้ขนงอกอีกด้วยจากนั้นเราไปดูวิธีการทำทรีทเมนต์สำหรับผิวหน้ากันต่อด้วยมาร์คสูตรน้ำผึ้งและน้ำส้ม
(ส่วนผสมสำหรับ 2 ท่าน)
น้ำผึ้ง 3 ข้อนโต๊ะ
น้ำส้มคั้น 1 ข้อนโต๊ะ
โยเกิร์ต 2 ข้อนโต๊ะ
สูตรนี้เป็นมาร์คที่ให้ความเปล่งปลั่งและสดชื่นกับผิว เหมาะสำหรับผิวทุกชนิด และสามารถใช้พอกบริเวณรอบตาและปากได้ด้วยโดยน้ำผึ้งนั้นช่วยเพิ่มความชุ่มชื้น สมานแผลและขจัดผิวหยาบกร้าน ส่วนน้ำส้มนั้นอุดมไปด้วย AHAและวิตามินซีสดๆจากธรรมชาติช่วยให้ผิวหน้ากระจ่างใส และโยเกิร์ตช่วยเพิ่มความนุ่มเนียนและขจัดเซลล์ที่เสื่อมสภาพอย่างอ่อนโยน
วิธีทำ
ผสมส่วนผสมทั้งหมดเข้าด้วยกัน
ทาให้ทั่วใบหน้า ทิ้งไว้ 10-15 นาที แล้วจึงล้างออกด้วยน้ำอุ่น ซับหน้าให้แห้ง
- เช็ดด้วยน้ำหรือโทนเนอร์เบา ๆ เพื่อเปิดรูขุมขน แล้วทาด้วยมอยเจอร์ไรเซอร์บาง ๆ
จากนั้นควรเสื้อผ้าบางเบา แล้วนั่งพักผ่อนพร้อมจิบชาสมุนไพรที่เตรียมไว้ ซึ่งจะเป้นการจิบชาสมุนไพรที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพในบรรยากาศที่รื่นรมย์ ทำให้ 1วันหยุดสุดสัปดาห์กลายเป็นวันแห่งความสุขอย่างง่ายๆได้ด้วยงบที่สบาย กระเป๋า แถมยังได้ชาร์จแบตเตรียมร่างกายและสมองเพื่อพร้อมรบกับงานในเช้าวันใหม่อีก ด้วย
Tip
แนะนำว่าควรใช้น้ำมันหอมระเหยกลิ่นต่างๆที่สกัดมาจากธรรมชาติแท้ๆเพื่อเพิ่มอาหารผิวและได้สรรพคุณจากธรรมชาติโดยตรง เช่นนำมันสกัดจากผิวส้มช่วยขจัดเซลลูไลท์ น้ำมันสกัดจากเปปเปอร์มินท์หรือการบูรช่วยบำรุงหัวใจ น้ำมันสกัดจากดอกกุหลาบช่วยให้การนอนหลับหลับสนิทยิ่งขึ้น ซึ่งน้ำมันหอมระเหยเหล่านี้สามารถหาซื้อได้จากร้านขายยาและเวชสำอางค์ราคาส่ง ในราคาเริ่มต้นที่ 15 บาท ถึงหลักร้อยบาท หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ตัวแทนจำหน่ายที่ขายปลีกและส่งเช่น www.honghuat.com
สรุปงบประมาณจากอุปกรณ์ที่ใช้ไปทั้งหมด
เทียนหอม และน้ำมันหอมระเหยประมาณ 20-50 บาท
สมุนไพรต่างๆ 10 บาท
เกลือแกง 10 บาท
ขมิ้นชัน 10 บาท
มะขามเปียก 10 บาท
โยเกิร์ต 24 บาท
